A sample text widget

Etiam pulvinar consectetur dolor sed malesuada. Ut convallis euismod dolor nec pretium. Nunc ut tristique massa.

Nam sodales mi vitae dolor ullamcorper et vulputate enim accumsan. Morbi orci magna, tincidunt vitae molestie nec, molestie at mi. Nulla nulla lorem, suscipit in posuere in, interdum non magna.

อาการไอ (Cough) … เกิดได้อย่างไร

ท่านผู้ฟังครับ อาการไอเป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายอย่างหนึ่งต่อสิ่งผิดปกติในทางเดินหายใจและเป็นกลไกป้องกันที่สำคัญของร่างกายในการกำจัดเชื้อโรค เสมหะหรือสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ รวมทั้งเป็นอาการที่นำสัตว์ป่วยมาสถานพยาบาลสัตว์ได้บ่อยที่สุด นอกจากนี้อาการไอยังเป็นทางที่สำคัญในการแพร่กระจายของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

กลไกการเกิดอาการไอ
อาการไอเริ่มจากการที่มีสิ่งกระตุ้นตัวรับสัญญาณการไอหรือมีสารระคายเคืองในบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง ได้แก่ ช่องหูและเยื่อบุแก้วหู,จมูก, โพรงอากาศข้างจมูกหรือไซนัส, โพรงหลังจมูก, คอหอย, กล่องเสียง, หลอดลม, ปอด, กระบังลม และเยื่อหุ้มปอด นอกจากนี้ยังพบตัวรับสัญญาณการไอบริเวณเยื่อหุ้มหัวใจและกระเพาะอาหารด้วย โดยจะรับการกระตุ้นผ่านไปทางเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 เป็นหลัก ไปยังศูนย์ควบคุมการไอ (cough center) ในสมองบริเวณเมดุลลา ซึ่งจะมีการควบคุมลงมายังกล้ามเนื้อและอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ เช่น กล้ามเนื้อกระบังลม, กล้ามเนื้อซี่โครง, กล้ามเนื้อท้อง กล่องเสียง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลอดลม ทำให้เกิดการตีบแคบของหลอดลม ทำให้เกิดอาการไอ
ชนิดของอาการไอ
ถ้าแบ่งตามระยะเวลาของอาการไอ แบ่งได้ 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
1. ไอฉับพลัน คือ มีระยะเวลาของอาการไอน้อยกว่า 3 สัปดาห์ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น หวัด, โพรงไซนัสอักเสบฉับพลัน, คอหรือกล่องเสียงอักเสบ, หลอดลมอักเสบ, อาการกำเริบของโรคถุงลมโป่งพอง, ปอดอักเสบ, การที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหลอดลม หรือสัมผัสกับสารระคายเคืองในสิ่งแวดล้อม เช่น ควันไฟ กลิ่นสเปรย์ แก๊ส และ มลพิษทางอากาศ
2. ไอเรื้อรัง คือ มีระยะเวลาของอาการไอมากกว่า 3 สัปดาห์ ถึง 8 สัปดาห์ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง, สัตว์กินยากลุ่ม angiotensin-converting enzyme inhibitor (ACE-I) เป็นระยะเวลานาน, โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังแล้วมีน้ำมูกไหลลงคอ, โรคหืด, โรคกรดไหลย้อน [gastroesophageal reflux (GERD)], การใช้เสียงมากทำให้เกิดสายเสียงอักเสบเรื้อรัง, เนื้องอกบริเวณคอ กล่องเสียงหรือหลอดลม, โรคของสมองส่วนที่ควบคุมการไอ, โรควัณโรคปอด สัตว์ป่วยที่มีอาการไอเรื้อรัง บางตัวอาจมีสาเหตุมากกว่าหนึ่งชนิด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการตรวจหาสาเหตุและรักษาตามสาเหตุ
ผลเสียของอาการไอ
การที่ไอมากๆ อาจทำให้เป็นที่รำคาญของท่านผู้ฟังหรือรบกวนเพื่อนบ้าน และยังอาจแพร่เชื้อให้ท่านผู้ฟังหรือสัตว์ตัวอื่นๆได้ครับ นอกจากนั้นอาจรบกวนการกินอาหารหรือรบกวนการนอนหลับ ในกรณีที่สัตว์ป่วยอายุมาก การไอมากๆ อาจทำให้กระดูกอ่อนซี่โครงหักได้ (rib fracture) หรือทำให้ถุงลมหรือเส้นเลือดฝอยในปอดแตก ออกสู่โพรงเยื่อหุ้มปอด (pneumothorax or hemothorax) เกิดอาการหอบเหนื่อยและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้มีผลเสียต่อการผ่าตัดตา และหู เช่น การผ่าตัดต้อกระจก การไอ อาจทำให้เลนส์แก้วตาเทียมที่ใส่ไปในลูกตาหลุดออกได้
การวินิจฉัยโรคที่เป็นสาเหตุของการไอ
คุณหมอจะเริ่มจากการซักประวัติ การตรวจร่างกายสัตว์ป่วยโดยเฉพาะในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง และอาจส่งตรวจเพิ่มเติมเช่น ส่งตรวจภาพถ่ายรังสีของโพรงไซนัสและปอด, การส่องกล้องตรวจระบบทางเดินหายใจ, การตรวจเสมหะ, การตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอด
การรักษาอาการไอ
การรักษาที่สำคัญที่สุด คือ การหาสาเหตุของอาการไอและรักษาตามสาเหตุ ถ้าสัตว์ป่วยไอจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนหรือล่าง เช่น หวัด หรือหลอดลมอักเสบ และมีอาการไอไม่มากนักอาจให้การรักษาเบื้องต้น เช่น ยาบรรเทาอาการไอไปก่อนได้ กรณีที่ไอมีเสมหะ เสมหะที่เหนียวข้นมาก จะถูกขับออกจากหลอดลมได้ยากโดยการไอ การให้ยาละลายเสมหะจะช่วยให้เสมหะถูกขับออกได้ง่ายขึ้นและบรรเทาอาการไอได้ แต่หากสัตว์ป่วยได้รับยาดังกล่าวแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อหาสาเหตุและรักษาตามสาเหตุ หากมีอาการของการติดเชื้อแบคทีเรียเช่น เสมหะมีสีเหลืองหรือเขียว คุณหมออาจให้ยาต้านจุลชีพร่วมด้วย การที่สัตว์ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุและรักษาที่ถูกต้องอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ครับ
การปฏิบัติต่อสัตว์ป่วยที่มีอาการไอ
ท่านผู้ฟังควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้สัตว์ของท่านผู้ฟังไอมากขึ้นครับ เช่น สารเคมี ควันบุหรี่ ฝุ่น มลพิษทางอากาศ สารก่ออาการระคายเคือง อากาศเย็นๆ โดยเฉพาะแอร์หรือพัดลมเป่า การดื่มหรืออาบน้ำเย็น การรับประทานไอศกรีม หรืออาหารที่ระคายคอ เช่น อาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน ถ้าต้องการเปิดเครื่องปรับอากาศ ควรตั้งอุณหภูมิให้สูงกว่า 25 องศาเซลเซียสเพื่อไม่ให้อากาศเย็นจนเกินไป ในกรณีที่ใช้พัดลม ไม่ควรเปิดเบอร์แรงสุด และควรให้พัดลมส่ายไปมา ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมโดยตรง เนื่องจากอากาศที่เย็นสามารถกระตุ้นหลอดลมทำให้หลอดลมหดตัวทำให้สัตว์มีอาการไอมากขึ้นได้ ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายสัตว์ให้เพียงพอขณะนอน เช่น นอนในบริเวณที่มีสิ่งรองนอน ตั้งน้ำให้สัตว์ดื่มน้ำมากๆ ควรดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้สมบูรณ์แข็งแรง กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกประเภท รวมทั้งผักและผลไม้ ให้สัตว์ได้ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอทุกวันหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ หลีกเลี่ยงทำให้สัตว์เลี้ยงมีความเครียดและการสัมผัสอากาศที่เย็นมากๆ พยายามให้สัตว์เลี้ยงอยู่ห่างจากสัตว์ป่วยที่มีอาการไอ หรือไม่สบายทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน เนื่องจากอาจรับเชื้อโรคจากสัตว์ดังกล่าวได้ครับ
ยาบรรเทาอาการไอ…..มีอะไรบ้าง
ยาบรรเทาอาการไอ แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
1. ยาลดหรือระงับอาการไอ (cough suppressants or antitussives) อาจออกฤทธิ์ที่จุดรับสัญญาณการไอส่วนปลาย หรือออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลางของสมองที่ควบคุมอาการไอ ยาชนิดนี้ควรเลือกใช้ในสัตว์ป่วยที่ไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ (non-productive cough)
2. ยาขับเสมหะ (expectorants) ยาชนิดนี้จะกระตุ้นการขับเสมหะโดยกระตุ้นการทำงานของเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจในการกำจัดเสมหะ และเพิ่มปริมาณสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปริมาณเสมหะมากขึ้น ทำให้ไอเอาเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้นเช่น potassium guaiacolsulphonate, terpin hydrate, ammonium chloride, glyceryl guaiacolate ยาชนิดนี้ควรเลือกใช้ในสัตว์ป่วยที่ไอแบบมีเสมหะ (productive cough)
3. ยาละลายเสมหะ (mucolytics) ยาชนิดนี้จะช่วยลดความเหนียวของเสมหะลงทำให้ร่างกายกำจัดหรือขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น เช่น ambroxol hydrochloride, bromhexine, carbocysteine ยาชนิดนี้ควรเลือกใช้ในสัตว์ป่วยที่ไอแบบมีเสมหะ บางครั้งนิยมใช้ร่วมกับยาขับเสมหะ
จะเห็นได้ว่าอาการไอ อาจเกิดจากโรคที่ไม่ร้ายแรง เช่นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง เช่น หวัด, คอหรือหลอดลมอักเสบ หรือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคที่ร้ายแรงได้ เช่น ปอดอักเสบ, เนื้องอกบริเวณคอ กล่องเสียงหรือหลอดลม หากสัตว์ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุและรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นหากสัตว์ป่วยได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้วอาการไอไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาคุณหมอ

จาก Forward mail คับ

11 comments to อาการไอ (Cough) … เกิดได้อย่างไร

  • avrilpom

    มีการไอมาสองอาทิตย์กว่าคะ มีเสมหะ น้ำมูกเยอะ

  • FERN

    อยากทราบว่าถ้าไอมากกว่าเดือนทานยาแล้วยังกลับมาไออีก หาหมอทุกครั้งที่ไอ ทานยาแก้ไอภูมิแพ้ ลดเสมหะ น้ำมูก ขอทราบความคิดเห็นว่าเราควรจะตรวจอะไรอีกได้ไหมคะ หรือบอกกับหมอว่าอะไรดีคะ หาหมอทุกครั้งได้ยาแก้ไอมาทุกครั้ง

  • อันนี้ไม่ชัวร์เหมือนกันนะคับ … ทางคุณพ่อของผมก็ไอเหมือนกัน หลังจากที่ไปเช็กมาเลยทราบว่าเป็นกรดไหลย้อนคับ ไม่ทราบว่าทางคุณ FERN ไอและมีอาการไม่สบายเข้ามาด้วยหรือว่าแค่ไออย่างเดียวคับ???

  • ไอมาเป็นปีแล้วไปหาหมอหลายท่านก็ไม่หาย ช่วยบอกวิธีหน่อยคะ!

  • Anong

    “ยาชนิดนี้ควรเลือกใช้ในสัตว์ป่วยที่ไอแบบมีเสมหะ” ทำไมใช้คำว่าสัตว์ ละ นี่มันสำหรับคนไม่ใช่เหรอ

  • แม่น้องโก้

    ลูกชาย 5 ขวบ ไปบางแสนสำลักน้ำทะเล กลับมาทั้งไอและตัวร้อน ทานอะไรก้ออาเจียน อยากทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุที่กินน้ำทะเลเข้าไปและทำให้เชื้อโรคลงคอ ได้รึป่าวค่ะ เพราะว่ากลับมาบ้านได้วันเดียวน้องนอนไอทั้งคืนเลย

  • สมปอง กำแพงทอง

    :roll: ไอมาสามอาทิตย์แล้วค่ะกินยาหาหมอก็ยังมะหายเลยค่ะทำงัยดีค่ะ

  • ลองจิบน้ำผึ้งผสมมะนาวเล็กน้อย ไม่ต้องผสมน้ำ

    ให้มันไปเคลือบลำคอไว้ไม่ให้คัน

  • nun

    ไอ จาม ติดต่อกัน สักครู่รู้สึกเหมือนมีอะไรวิ่งขึ้นสมองเจ็บมาก ตั้งแต่นั้นมา เวลาไอหรือจามจะรู้สึกปวดหัวมาก แม้จะไม่ไอหรือจามก็รู้สึกปวดเหมือนกัน (ปกติเวลาไอ จามจะไม่ปวดหัว) ขอความกุณาช่วยบอกว่าเป็นอะไร และมีวิธีการรักษษอย่างไรบ้างคะ

  • แม่มือใหม่

    ไอมากๆ สามารถทำให้แท้งลูกได้หรือเปล่าค่ะ เคยแท้งแล้วตอนนี้กำลังตั้งท้องท้องได้สองเดือนค่ะ ใครที่มีความรู้ กรุณาช่วยตอบด้วยค่ะ คือว่าเป็นห่วงเด็กในท้องค่ะ

  • ผมเป้นหวัดมาหลายวันแล้ว ทานยาแก้หวัด ยาแก้ไอนำดำ ยาอมมะแว้ง ทานหลังอาหารเช้า กลงวันและก่อนนอน อาการก็ยังไม่ทุเราครับ

Leave a Reply

  

  

  

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

eXTReMe Tracker Creative Commons License